บางทีเรามีแต่บอกตนเองว่า "ทำไม่ได้"
แต่สิ่งที่ท่านบอกว่าทำไม่ได้นั้น ท่าน
ลองทำรึยัง?
ทำ หัดทำ แล้วมุ่งมั่นฝึกฝน ทำสิ่งเหล่านี้ ต้องอาศัยความมุ่งมั่น
สิ่งที่มันยาก ก็ทำไปซิ ทำไปเรื่อย ๆ สั่งสมไปเรื่อย ๆ
ธรรมะจากพระอาจารย์พิทยา ทินนาโภ ที่ท่านบรรยายในงาน คุณธรรมจริยธรรมร่วมกับอาจารย์ดร.กะปุ๋ม ให้กับสมาชิกสหกรณ์ โรงพยาบาลชลบุรี ณ โรงแรมชะอำรอยัล บีช จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
วันนี้หนูมานึกย้อนว่า หลายครั้งที่หนูปิดกั้นโอกาสตนเองด้วยคำว่า
"หนูไม่เคยทำ"
"หนูทำไม่ได้ค่ะ"
"หนูจะทำได้เหรอค่ะ"
"ให้คนอื่นทำแทนได้ไหม"
"เอาไว้ก่อนได้ไหมค่ะ"
"หนูทำไม่ไหวหรอก"
"ความสามารถหนูไม่ถึงค่ะ"
สารพัดคำปฏิเสธ ที่หนูใช้กับการที่ได้รับมอบหมายสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วหนูรู้สึกหวาดกลัว อืม ทุก ครั้งที่หนู ออกจากระยะปลอดภัย ใจหนูก็จะสั่นไหว บางทีก็รู้สึกหวาดกลัว ทั้ง ๆ ที่บางทีถ้าหนู อดทน ค่อย ๆ เรียนรู้ ไปเรื่อย ๆ ด้วยจิตใจที่อ่อนน้อม หนูก็จะค่อย ๆ เห็นพัฒนาการของตนเอง ซึ่งสิ่ง ๆ นี้ ครูสอนหนูตลอดมา
"ให้อ่อนน้อม เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างตั้งใจ เปิดใจ ถ้ากลัวก็กลับมาที่ลมหายใจ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย มีลมหายใจเป็นเพื่อน"
หนูพยายามที่จะน้อมนำคำสอนครูมาปฏิบัติ พอกล้าข้ามความกล้ามาได้ หนูก็ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างน่าทึ่ง จนบางทีก็แปลกใจตนเอง


"ให้อ่อนน้อม เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างตั้งใจ เปิดใจ ถ้ากลัวก็กลับมาที่ลมหายใจ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย มีลมหายใจเป็นเพื่อน"
เปิดโอกาสให้ตนเอง...กระทำ/แสดงในทางสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าค่ะ ขอบคุณสำหรับแง่คิดชีวิตงามค่ะ
ขอบพระคุณค่ะคุณกานต์
พอคุณเอ่ยถึงความเหงา....อืม
มันเป็นความแปลกประหลาดที่ปรากฏข้อในใจของติ๋วค่ะ ตั้งแต่รู้จักครู ท่านเพียรสอนให้หนูภาวนา ทำความรู้จักตนเอง หันมามองตนเอง แก้ไข ปรับปรุงตนเอง ดัดนิสัยตนเอง
แม้ตัวติ๋วเองภาวนาแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ สติปัญญาไม่ค่อยมี
ที่มั่นใจว่าตนเองมีคู่ใจคือ ความอดทน อดทนในความบีบคั้นในใจของตนเอง อดทนในความอยากไหลไปตามกิเลส ตามโลก ตามความเคยชินเดิม ๆ สู้กับมัน เพื่อทำความเข้าใจ จนมารู้สึกตัวอีกทีกลับพบว่า อ้าวเฮ้ย ความเหงาหล่นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะถ้าได้อ่านบันทึกนี้ ของติ๋ว
คงพอจะทราบว่า ติ๋วเป็นคนที่ทุกข์ทรมาร กับความเหงามาก ๆ มาก่อน เป็นความเจ็บปวดทรมาร ที่ใครไม่เคยเป็นก็คงไม่มีทางเข้าใจได้เลย
อืม........ทำไมตอนนี้มันหล่นหายไปนะ?
ไม่ใช่หนูตั้งใจเขวี้ยงความเหงาไปนะคะ หนูคงโชคดี
ประมาณว่า "ถ้ายังโง่อยู่ ไม่มีปัญญาก็ต้องอดทน" คำ ๆ นะ ติ๋วเอาไว้เตือนตนเอง ตอนที่ใจมันดิ้นรน
ก่อนหน้านี้ที่มันจะดูถูกตนเอง ว่าอันนี้หนูทำไม่ได้หรอก แต่ครูท่านก็ให้โอกาสเรื่อย ๆ จาก ที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง แต่พอฝึกฝน อดทน ทำไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า หนูทำได้และก็ทำได้ดีอีกด้วยค่ะ
อืมทำให้ติ๋วต่อยอดปั่นความรู้เขียนบันทึกเรื่อง
มีสติ อดทน พ้นความเหงา
ขอบพระคุณนะคะคุณกานต์
ขอบพระคุณเจ่าค่ะ noktalay
หนูมานึกย้อนในตนเองค่ะ เมื่อก่อนหนู Show ว่าตนเองเป็นผู้หญิงเก่ง มีความมั่นใจสูง ทำอะไรก็ได้ที่พอใจ จะทำ (ประมาณหลอกตนเองว่า สิ่งที่ฉันทำไม่ได้ แค่ไม่อยากทำ) ซึ่งในความเป็นจริงในใจไม่ใช่เลย ตอนที่ตอนยืนอยูหน้าเวลาที หรือ ลุกขึ้นถามหรือตอบ ในใจหนูนั้นเต็มไปด้วยกิเลส ทั้งความอยากเด่นอยากดังที่บีบคั้น อย่างได้รับการยอมรับ และในใจก็สั่นไหวหวาดกลัวแต่ก็ยังทำ
มาตอนนี้ครูสอนให้หนูรู้จักคำว่า
"ความจริงใจ"
ความจริงใจในนิยามของครูคือ
ใจของเรารู้สึกอย่างไร ให้หนูรับรู้มันอย่างนั้น กลัวก็ให้ยอมรับว่ากลัว อยากเด่น อยากดังก็ให้ยอมรับมัน เอาความมืดดำที่ปรากฏในใจขึ้นมาให้ตัวรู้ของเรารับรู้ แล้วใช้ศีลเป็นเครื่องกำกับ ไม่ให้เรากระทำความชั่ว ด้วยกายและวาจา ส่วนด้านดี ๆ ให้แสดงออกมา ฉายแววออกมาปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นการให้กำลังใจตนเอง และให้กำลังใจคนอื่นได้ด้วย ครูมักจะใช้คำว่า "บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดี"
พอหนูค่อย ๆ ฝึกฝนนำมาปฏิบัติ ใจหนูค่อย ๆ สบายมากขึ้น เบิกบานมากขึ้น เห็นความคิดไม่ดีของตนเองเร็วขึ้น สติเร็วขึ้น มีความสุขกับปัจจุบันเป็น คนรอบข้าง เบิกบานที่จะเข้ามา ปฏิสัมพันธ์กับเรามากขึ้น เพ่งโทษผู้อื่นและตนเองนี้ลง เศร้าหมองสั้นลง
มันเป็นแบบนี้แหละค่ะ
"ความจริงใจ ในการบ่มเพาะเมล็ดพันธ์แห่งความดี"