เสียงในใจช่วงอบรมครูระยะยาว By ครูแตงไทย
รวบรวมโดย ; ล.เล้ง เสียงกระดิ่งหยก
+ (เข้าอ่านงานทั้งหมดของ ล.เล้ง ที่นี่ค่ะ)
+(เข้าอ่านรายละเอียดอบรมครูโยคะระยะยาว ที่นี่ค่ะ)
แตง เป็นครูโยคะรุ่นเดียวกับ ปุ้ย คือรุ่น 8 น้องนุชสุดท้อง เธอเรียนไปก็นอนไป เพื่อนๆ สงสัยว่าเธอไปอดหลับอดนอนมาจากไหน จนตอนหลังมารู้ว่า เธอมีสิ่งแปลกปลอม อยู่ในสมอง ก็เลย ให้อภัยเธอไป แตงเรียนจบนาฏศิลป์ มีความสามารถในการร้องรำทำเพลงเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ที่แปลกก็คือ ทำไมเด็กนาฏศิลป์ ถึงเก่งคอมพิวเตอร์ เด็กบัญชีอย่างเล้ง ยังงง งง...
++++++++++
สวัสดีค่ะ ทุกท่าน
เกิดอาการคันไม้คันมืออยากเขียนเยอะๆ อีกแล้วค่ะ ถ้ามีใครอยู่ใกล้คงเกิดอาการคันปากร่วมด้วยค่ะ
ขอเกริ่นของการตัดสินใจลงอบรมก่อนนะคะ
แตงครูโยคะ ๓ เดือน รุ่น ๘ /T51 อบรมวันที่ ๑ กันยายน ถึง วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ที่ตัดสินใจลงเพราะ อยากได้สัมผัสกับสมาธิกับเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่มีเฉพาะการทำสมาธิเดินมือในรูปแบบหลวงพ่อเทียน หรือ สมาธิจากการนั่ง เดินจงกรม และอีกอย่างตัวเองกำลังศึกษางานของตัวเองในรูปแบบ สมาธิกับเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน พอนำมาคุยกับครูกวี และครูก็ชวนลงเรียน ยังจำคำพูดของครูได้ที่ว่า "เธอไม่ต้องเข้าวัดหรอกมาเรียนรู้จากที่นี่ก็ได้" ก็เลย...เอาวะ ลองเข้าอบรมดู เพราะความรู้อยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง
สิ่งที่คาดหวังตอนนั้น หวังเพียงขอให้ได้สัมผัสกับสมาธิในรูปแบบการเคลื่อนไหวของโยคะ และ ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเป็นผู้ถ่ายทอดโยคะ เพราะคิดว่ามีงานที่ตัวเองอยากศึกษาเองอยู่แล้ว คือ ในรูปแบบงานศิลปะเคลื่อนไหวเบื้องต้นจากกาย
แต่ เมื่อได้เข้าอบรม บรรยากาศเอย ผู้ถ่ายทอดเอย ผู้รับการถ่ายทอดเอย ที่อยู่ ณ ปัจจุบันนั้นๆ ได้สะท้อนออกมาอย่างมากมายค่ะ ถึงแม้สภาพร่างกายของตัวเองที่ไปร่วม ณ ขณะนั้น ไม่ค่อยเต็มร้อยเท่าไหร่ และต้องนำผู้ช่วยไปอัดเสียงการสอนการบรรยายของทุกๆ วัน และท่าโยคะอาสนะที่นำมาอบรมนั้นเป็นท่าเบื้องต้นจริงๆ ที่เป็นการเคลื่อนไหวง่ายๆ แต่ยากมากถ้าให้ลึกลงในการเฝ้าดูจริตของเราเอง ซึ่งทำให้ตัวเองคิดว่า...ใช่เลย สิ่งนี้แหล่ะที่อยากสัมผัส... และทำให้ในช่วงเวลานั้นได้ตัดสินใจรับเป็นครูโยคะอาสนะให้กับโรงเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง เพราะตอนนั้นคิดแต่เพียงว่า ท่าทางการเคลื่อนไหวนั้นมีอยู่แล้วในวิชาที่ตัวเองเรียนและจบมา
แต่นั่นแหล่ะพอมาถึงวิธีการถ่ายทอด จะทำอย่างไรให้ผู้รับเข้าใจถึง "ปฏิบัติโยคะอาสนะ"
แต่เมื่อตัวเองนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาถ่ายทอด ร่วมกับการอธิบายท่าทางที่ต้องเคลื่อนไหว ทำให้ตัวเองชัดเจนมากขึ้นค่ะ นั่นเป็นเพราะ ตัวเองเริ่มเข้าใจถึงที่มาของท่าปฏิบัติแต่ละท่านั้นจากภายใน ไม่ใช่เข้าใจในเชิงของประดิษฐ์ท่าเพื่อให้สอดคล้องร้อยร่วมกันเหมือนกับการเรียนศิลปะการร่ายรำและเต้นที่ผ่านมา
ระยะเวลาที่ผ่านมาก ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบคอร์ส สิ่งที่ได้นั้น เยอะมากจนล้นเลยค่ะ
ทั้งความรู้ที่ครูๆ ของสถาบันฯ นำมาให้เยอะมากๆ ซึ่งนั่นก็ขึ้นกับผู้เรียนว่า พร้อมจะรับความรู้ที่ครูทั้งหลายที่มาถ่ายทอดนั้นได้มากน้อยแค่ไหน อย่างแตงนี่แหล่ะค่ะ ที่ช่วงนั้นคาดหวังเพียงความรู้ภายใน หรือที่ทางสงฆ์เรียกว่า เรียนรู้ในเชิง "ปฏิบัติ" แต่ "ปริยัติ" ขอเอาไว้ก่อน เพราะ อยากให้ตัวเองชัดเจนในเชิงปฏิบัติก่อนค่ะ และความรู้ในเชิงเนื้อหาค่อยๆ ทยอยอ่านทีหลัง
แต่พออบรมไประยะหนึ่ง ก็ชักอยากรู้ในเชิงเนื้อหา "ปรัชญาเชิงโยคะ" ขึ้นมาค่ะ แต่ก็ยังในรูปแบบของสมาธิที่แฝงอยู่ในโยคะนะคะ อย่างอื่นยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะในความเข้าใจของตัวเองนั้น ถ้าเรานิ่งในท่าโยคะอาสนะแต่ละท่าและสงบมากพอ สรีระของเราก็จะจัดปรับตามความสงบของเราได้เอง การเฝ้าดูสรีระทั้งภายนอกและภายในก็เกิดขึ้นมาเอง ซึ่งก็คือ สมาธิ นั่นเองค่ะ
ทำให้ต่อมาชักอยากรู้เรื่อง สรีระกายวิภาค ขึ้นมาค่ะ พอได้ความรู้กายวิภาคเบื้องต้นและนำมาใช้ในการพิจารณาในช่วงทำสมาธิ...สนุกมากเลยค่ะ ทำให้การเฝ้าดูของเราชัดเจนมากขึ้น
แต่นั่นแหล่ะในช่วง ๓ เดือนที่เข้าอบรมนั้น จะเรียกได้ว่า ตัวเองได้ปฏิบัติโยคะอาสนะทุกวันเลยก็ว่าได้ และอีกอย่างตัวเองก็ดูแลการกินของตัวเองในเชิงธรรมชาติบำบัดอยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่จ๋ามากนัก ก็ทำให้การอบรมในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดมากสำหรับตัวเองค่ะ จนคิดว่าถ้ามีการอบรมอีกอยากเข้าร่วมอีก เพราะมันเหมือนมีตัวบังคับเฝ้าดูว่า ... ต้องทำ...นะ
และอีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเรียกตัวเองได้เต็มปากเต็มใจว่า "ครูโยคะ" ค่ะ เพราะความรู้ตัวเองยังหางอึ่งอีกมากค่ะ ถ้าจะให้เรียกก็คงเป็นได้เพียง "ผู้ถ่ายทอดโยคะอาสนะ" เท่านั้นเองค่ะ
ที่ผ่านมาแตงได้บันทึกความรู้สึกในช่วงอบรมครูรุ่น ๘ เอาไว้ค่ะ ดังบันทึกต่อไปนี้ค่ะ
1. บันทึกนี้เกิดขึ้นระหว่างอบรมครูโยคะ
บันทึก = เคลื่อนกายอย่างมีสติด้วย Yoga Asana ของ ฉัน (เข้าที่นี่ค่ะ)
2. บันทึกนี้เกิดขึ้นหลังจากอบรมครูโยคะ
บันทึก =เส้นทางการเดินทางอีกครั้ง (๓) ...แตกดับ (เข้าอ่านที่นี่)
++++++++++
ถ้าใครอ่านจบ จนครบ 9 บันทึกแล้ว ยังไม่มีใจเอนเอียง มาสมัครเรียนกับเรา เล้งก็นับถือจริงๆ
จบแล้วค่ะ

