เกิดอะไรขึ้นกับกีฬา มนต์เสน่ห์ของชีวิตลูกผู้ชาย ในเวลานี้ ทั่วทุกมุมโลก ทุกตัวเมือง ทุกหมู่บ้าน เด็กๆส่วนใหญ่ กำลังหัวเราะ ตะโกน เล่นกีฬากันอย่างสนุกสนาน กีฬาและนักกีฬาชื่อดังทั้งหลายกำลังมีอิทธิพลมาก ภาพลักษณ์ของนักกีฬาทำให้เด็กๆไฝ่ฝันอยากจะเป็นนักกีฬามีชื่อบ้าง โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย
พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเล่นกีฬา โดยหวังว่าพลังของกีฬาจะสร้างสรรค์ให้ลูกเป็นคนดียิ่งขึ้น แต่ก็หวังแค่ให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่บางที กลับกลายเป็นว่า เด็กๆผู้ชาย มักหลงใหลในกีฬาที่ตัวเล่น โดยบางที ให้ความสำคัญเหนือการเรียนเสียอีก ตัวอย่าง เช่น
หลานชายดิฉันเอง เขาชอบเล่นบาสเก็ตบอลมาก เพราะรูปร่างสูงมาตั้งแต่เด็กๆ และเล่นได้ดี เป็นนักกีฬาเด่นของโรงเรียน ไปแข่งกับโรงเรียนอื่นได้ถ้วยกลับมาหลายหน ก็ยิ่งภาคภูมิใจไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากซ้อมกีฬา พ่อแม่หนักใจมาก แต่ไม่กล้าดุว่ารุนแรงเพราะกลัวลูกเสียใจ และจะสูญเสียความภาคภูมิใจในตนเองไป การเรียนแค่พอผ่าน แม้ว่าความหนักใจจะไม่ใช่มาจากความประพฤติไม่ดี แต่พ่อแม่ก็หวังจะให้ลูกเก่งในด้านการเรียนมากกว่า
การกีฬาสมัยนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ใช่จะมีสิ่งดีๆที่เป็น --กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน -- เสมอไป จริงๆแล้ว กลับมีสิ่งไม่ดีปนอยู่เป็นจำนวนมาก เราเห็นเด็กวัยรุ่น
นักกีฬาบางคน โตแต่ตัว แต่จิตใจยังไม่พัฒนาไม่น้อย แม้แต่ในวงการกีฬาอาชีพ เราจะเห็นความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว ขาดการควบคุมอารมณ์ พูดหยาบคาย หรือเหยียดสีผิว ทำร้ายกรรมการของนักกีฬา ส่วนคนดู ก็มีการตะโกนหยาบคาย ขว้างปาสิ่งของ เป็นต้น
เด็กผู้ชายอาจเรียนรู้ความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง ในการเล่น แต่เขาก็จะได้ ของแถมที่ไม่ดีมาด้วยเช่นกัน
สนามกีฬาเป็นที่ๆซึ่งทำใหผู้ชายและเด็กผู้ชายมาพบปะกัน ตั้งแต่เด็กตัวน้อยๆจนถึงวัยรุ่น และเริ่มเรียนรู้บทเรียนสำคัญๆในชีวิต จากการกีฬาได้หลายข้อ
· เรียนรู้ที่จะมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ
· เมื่อเป็นผู้ชนะ ไม่หยิ่งลำพอง เอาแต่ใจ
· เรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม มีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
· เรียนรู้ที่จะทำให้ดีที่สุด หมั่นฝึกซ้อม และใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ
· เรียนรู้ในการตั้งเป้าหมายระยะยาว ทุ่มเทด้วยความอุตสาหะ เพื่อผลสำเร็จ
· เรียนรู้ว่า ทุกอย่าง สามารถพัฒนาได้ทั้งนั้น ถ้าหมั่นฝึกฝนเอาจริง เอาจัง
ดิฉันอยากจะเห็นผู้นำทางด้านกีฬา ไม่ว่า จะเป็นครูฝึก โค้ช และผู้เกี่ยวข้องทุกคน จะต้องเป็นผู้มีวุฒิภาวะ และต้องสั่งสอนเด็กๆทุกคนทุกวัน ว่า กีฬาคือ เกม กีฬามีแพ้ชนะเป็นของธรรมดา
วัยรุ่นมักรับและกลืนทุกสิ่งที่เขาเห็นโดยไม่กลั่นกรอง เขาจะเลียนแบบนักกีฬาที่เขาชอบ ทั้งความประพฤติ การพูดจา ทัศนคติ เราจะเห็นว่านักกีฬาคือ หุ่นเพื่อโปรโมทสินค้าด้วย
หลุมพรางของกีฬาคือ ถ้าเล่นแพ้ จะมีความรู้สึกล้มเหลวและพ่ายแพ้ แต่ถ้าชนะ เขาจะเป็นที่ชื่นชมสนใจ เริ่มจะไต่บันไดกีฬาไปสู่ฝั่งฝัน แต่ถ้าเขาเกิดเล่นแพ้บ่อยๆ จนเครียดและต้องฝึกหนักจนเกินกำลังหรือใช้ยาช่วย ผู้ใหญ่จะเริ่มไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา บางทีแสดงความผิดหวัง คำชื่นชมกลายเป็นคำปฏิเสธ ชีวิตเด็กหนุ่มๆหลายคนถูกทำลายไปหรือตกอับไปเพราะเหตุนี้
ถ้าลูกหลานของเรา มีความสามารถในการเล่นกีฬามากเท่าใด พ่อแม่ก็ยิ่งต้องป้องกันเขา อย่าให้กีฬาทำร้ายเขา ได้โปรดอย่าเอาความสำเร็จของลูกมาสร้างแค่ความพึงพอใจให้ตนเองด้วย



เมนูของ sasinanda







เมื่อ ส. 21 ก.ค. 2550 @ 22:37
326740 [ลบ]
สวัสดีครับ
การกีฬา จะแพ้ชนะอยู่ที่นักกีฬา แต่คนวางแผน
คือโคชหรือผู้ฝึก
ถ้าผู้ฝึกไม่มีน้ำใจนักกีฬา คอยสอนให้เด็กแกล้งอีกฝ่ายหรือคอยหาโอกาสซ้ำเติม เด็กจะเสียนิสัยครับ
ผมเคยมีครูผู้สอนลูกชาย เป็นแบบนี้ ผมเสนอเรื่องให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบเลยครับ
เรื่องนี้ ยอมไม่ได้เลย
เมื่อ อา. 29 ก.ค. 2550 @ 19:28
333987 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เรื่องครูผู้ฝึกหรือโคช ผู้ปกครองก็ต้องเอาใจใส่ด้วยมากๆค่ะ เพราะมีผลกับพฤติกรรมเด็กๆด้วยค่ะ
เมื่อ อ. 31 ก.ค. 2550 @ 13:00
335296 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ลูกชายไม่ค่อยชอบเล่นกีฬากับใคร ชอบแต่ว่ายน้ำหรือเล่นอะไรอยู่เดียว กังวลเหมือนกันค่ะ ว่าเขาจะเข้ากับคนยาก ไม่ค่อยมีเพื่อน
มีคำแนะนำไหมคะ
เมื่อ ส. 11 ส.ค. 2550 @ 21:26
346489 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ตามความเห็นของดิฉัน พ่อแม่มีส่วนอย่างมากในการ ที่ตัวเองต้องเข้าสังคมและพาลูกๆไปด้วย รวมทั้ง ตามสังคมกีฬาด้วย
ดังนั้น การพาเด็กเข้าสู่สังคมของชุมชนที่มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ เช่นกีฬา ลูกเสือ กลุ่มศิลปะต่างๆ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
เด็กๆจะมีเพื่อน จะสนุก จะร่าเริง และเพื่อนๆดีๆ ก็จะนำพาลูกๆราให้ไปในทางที่ดีด้วยเมื่อ อ. 04 ก.ย. 2550 @ 14:02
371590 [ลบ]
ตรีทอง
สวัสดีค่ะ
ตามความเห็นของดิฉัน พ่อแม่มีส่วนอย่างมากในการ ที่ตัวเองต้องเข้าสังคมและพาลูกๆไปด้วย รวมทั้ง ตามสังคมกีฬาด้วย
ดังนั้น การพาเด็กเข้าสู่สังคมของชุมชนที่มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ เช่นกีฬา ลูกเสือ กลุ่มศิลปะต่างๆ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
เมื่อ ส. 08 ก.ย. 2550 @ 14:42
377227 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมเยียน และ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมชม Life:dd_l ค่ะ และได้รับเรื่องราวชวนคิดจากบล็อกที่สวยงามนี้ด้วย ขอบคุณนะคะ
เมื่อ ส. 08 ก.ย. 2550 @ 16:29
377404 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ เราคงเห็นแล้วนะคะว่า กีฬามหาวิททยาลัยที่ผ่านมานี้ มีอะไรที่ไม่น่าเกิด แต่เกิดขึ้นบ้าง
เป็นรื่องของการเอาแพ้ชนะกัน โดยขาดน้ำใจนักกีฬาค่ะ
เราคงต้องสอนเด็กๆรุ่นใหม่ๆ อย่าให้เอาอย่างพฤติกรรมแบบนี้ค่ะ
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 21:43
413595 [ลบ]
สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์ครับ
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 21:59
413626 [ลบ]
สวัสดีค่ะครูวุฒิ
ไม่ขัดข้องค่ะ ถ้าเป็นประโยชน์ได้ก็ยินดีมากค่ะ
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 00:23
413795 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณ sasinanda
กีฬา... มีความสำคัญมากในการพัฒนาเยาวชน...หากกีฬาทุกวันนี้ไม่มีบางอย่างแอบแฝง...ก็งคงเป็นยาวิเศษ อย่างเพลงเชียวเลยค่ะ
แต่บางครั้งการแข่งขันกีฬาระดับใหญ่ๆ เราจะเห็นภาพนักกีฬาชกต่อยกันกลางสนาม........รู้สึกหดหู่ค่ะ...อะไรกัน?........กีฬาสร้างคนให้เป็นคนแค่ไหน......
หลานชาย...ชอบเล่นฟุตบอล...ในห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยภาพนักฟุตบอลที่เป็นขวัญใจเต็มไปหมด...ก็ได้แต่คุยกับเขาว่า ..ให้เล่นพองาม......หัดชอบดนตรีด้วยบ้างก็ได้....
เห็นด้วยค่ะเรื่องครูฝึก หรือโค้ช เป็นคนสำคัญมากค่ะที่จะฝึกน้ำใจให้นักกีฬาด้วย
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 11:37
414251 [ลบ]
เมื่อ ส. 01 ธ.ค. 2550 @ 11:41
477452 [ลบ]
สวัสดีครับ พี่ศศินันท์
ขอบคุณครับ
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 15:17
929068 [ลบ]
หนูก็เล่นกีฬาเทควันโดค่ะ(อยู่สายดำแล้ว)เคยแข่งกีฬาเยาวชนและได้แพ้ตกรอบมา
หนูไม่เสียใจเลยเพราะยังไงปีหน้าก็มีอยู่ดี
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 15:31
929083 [ลบ]
ไม่เคยเห็น ไม่เคยอ่านมาก่อนค่ะบันทึกนี้ ทั้งที่น้องแวะเวียนบ้านพี่ศศิ เป็นระยะ
วันนี้เหมือนมีแรงดึงดูด
คุณครูของลูกชายเพิ่งส่งผ่านข้อมูลให้ทราบว่า เขาไม่ถนัดนักทางกีฬา (คุณพ่อเป็นผู้รับข้อมูลมาอึกที) และมาบอกเล่าให้รู้ คาดเดาได้มั้งคะ ว่าแม่คงต้องไปคุยกับคุณครูเพราะสนิทกันมากกว่าพ่อ
แต่อยุ่ที่บ้านเขาก็ชอบ เตะ ชกมวย วิ่ง ว่ายน้ำ เราแม่ลูกทำกิจกรรมอย่างนี้กันบ่อย ๆ
ถ้าถามว่า เก่งมั้ย เชี่ยวมั้ย ไม่เชิงค่ะ
เดี๋ยวคงต้องไปคุยกับครูอีก..ลุกเดินมา แค่นี้ก่อนดีกว่า;P
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 22:12
929605 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณนิโรธ (ข้างบ้าน)
ขอโทษที่ตอบช้ามากนะคะ
เรื่องบันทึกของครูวุฒิฯ ก็เป็นการมองต่างมุมค่ะ และก็มีความจริงอยู่ด้วยนะคะ
แต่ส่วนเด็กเล็กๆ จนถึงเด็กโต มีความจำเป็นต้องให้เขาเล่นกีฬาเพื่อการออกกำลังกายค่ะ โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ซึ่งมีพลกำลังมาก และว่องไวปราดเปรียว การจะให้นั่งอ่านหนังสือ หรือทำอะไรเงียบๆอยู่แต่ในห้อง คงจะไม่ได้แน่นอนค่ะ
เพราะเด็กจะเครียดและอารมณ์เสีย และร่างกายไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานโรค ก็จะน้อยด้วยนะคะ
สรุปว่า ต้องให้เล่นกีฬา ตามวัยค่ะ และถ้าอายุน้อยๆ ก็ต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุด้วยค่ะ
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 22:13
929608 [ลบ]
สวัสดีค่ะ คุณปรียาพร สินสอน
เก่งจังค่ะ เป็นผู้หญิงแต่เก่งกีฬา เรียกว่า ทั้งสวย ทั้งเก่งค่ะ ภูมิใจด้วยนะคะ
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 22:27
929625 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณภูสุภา
คุณหมอบอกว่า คุณครูของลูกชายเพิ่งส่งผ่านข้อมูลให้ทราบว่า เขาไม่ถนัดนักทางกีฬา
ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เราไม่ได้หวังให้เขาเก่งมากมายอะไร เพียงแต่เล่นให้เป็น เพื่อการออกกำลังกาย เรียนรู้ที่จะมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ
· เมื่อเป็นผู้ชนะ ไม่หยิ่งลำพอง เอาแต่ใจ
· เรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม มีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
· เรียนรู้ที่จะทำให้ดีที่สุด หมั่นฝึกซ้อม และใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ
· เรียนรู้ในการตั้งเป้าหมายระยะยาว ทุ่มเทด้วยความอุตสาหะ เพื่อผลสำเร็จ
· เรียนรู้ว่า ทุกอย่าง สามารถพัฒนาได้ทั้งนั้น ถ้าหมั่นฝึกฝนเอาจริง เอาจัง
ก็พอแล้วค่ะ ลูกพี่เล่นกีฬาได้หลายอย่าง แต่ไม่ได้ดีแบบ ที่เรียกว่า เก่ง สักอย่าง
นอกจาก ว่ายน้ำ ที่ดีหน่อย เพราะ หัดมาตั้งแต่เด็กๆมากๆ แต่พี่ไม่ได้มุ่งหวัง ทางกีฬา มุ่งหวัง ทางหนังสือมากกว่า
ทีนี้ โรงเรียน ที่น้องภูอยู่ เขาเก่งกีฬา ก็เลย ดูเหมือนว่า จะถือเรื่องนี้ เป็นประเด็นอยู่บ้าง
หลานพี่แท้ๆคนหนึ่ง ลูกพี่สาว เก่งบาสเก็ตบอล ไม่ชอบเรียน พี่สาวพี่ กลุ้มใจมากค่ะ ส่งเรียนพิเศษกันทุกวิชา
เด็กก็ต่อต้าน ทะเลาะกันอยู่เรื่อย แม่-ลูก
แต่ในที่สุด เขาก้ปล้ำ ให้ลูกเรียนจบ จนได้อย่างค่อนข้างเหนื่อยอ่อน แต่ตอนนี้ เด็กก็ไม่ได้เป็นนักกีฬาหรอกค่ะ เล่นสนุกๆเฉยๆ และก็ทำงานแล้ว เรียนจบแล้ว
สรุปว่า พี่ว่า การที่ลูกไม่เก่งกีฬา ก็ไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่หรอกค่ะ