หนูได้เรียนรู้ว่า ตอนที่เรามัวหลงคร่ำครวญนั้น มันทำให้เราเสียเวลามาก ๆ ค่ะ ความคิดดี ๆ หรือ แนวทางแก้ปัญหา ไม่เคยเกิดขึ้นตอนที่ใจคร่ำครวญ แต่พอเราเดินออกมาจากการคร่ำครวญ มีอะไรให้ทำ ก็ทำไป อย่างที่ครูเคยสอน พอใจเริ่มสบาย หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย เราก็จะมีปัญญาคิดได้เองว่า เราจะจัดการอยางไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นดี

จากการปั่นเกลี่ยวความรู้กับคุณ กานต์

ในบันทึก พฤติกรรมของศิษย์ คือ ประชาสัมพันธ์ของครู

 

ติ๋วมองย้อนกลับมาที่ตนเอง เพราะโดยปกติเป็น

"ไอ้ติ๋วจอมคร่ำครวญ จมอยู่แต่กับทุกข์"

***********************************************************


เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่เมื่อก่อนชอบจมอยู่แต่กับความทุกข์ของตนเอง ความกลัว ความไม่มั่นใจ จนไม่มีหูมีตาไปสนใจผู้อื่น ติ๋วจมทุกข์ อย่างเห็นแก่ตัวมาก ๆ เลย

แต่พอมารู้จักครู ท่านพาหนูไปในที่ต่าง ๆ ฝึกฝนให้หนูเจริญสติ แล้วพาหนูไปทำประโยชน์ เพื่อละความเห็นแก่ตัว ยิ่งทำไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นว่า

"ทุกคนเป็นคนที่มีความทุกข์เหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดาคนบางคนทุกข์มากกว่าเรา แต่เขาสามารถยืนหยัดอย่างเข้มแข็งต่อสู้กับความทุกข์บีบคั้นในใจ"

 

ครูสอนว่า

"เลิกเห็นแก่ตัวซะทีเถอะติ๋ว แล้วออกมาช่วยกันทำงาน"

 

คำ ๆ นี้ของครู สร้างความมั่นใจให้หนูว่า หนูสามารถทำประโยชน์ได้ ไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียเวลาคร่ำครวญ เพราะมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่ครูก็ไม่ได้สอนให้หนีปัญหา ครูสอนให้เผชิญทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่มันเป็น อย่างมีสติ

ครูสอนว่า

"ไม่ต้องไปสู้อะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความอยาก ความเหงาไม่ต้องไปต่อต้านมัน แค่ให้ดู อย่างมีสติ"

 

แต่อย่างที่บอกติ๋วเองก็เป็นนักเดินทาง ที่ก็ยังล้มลุกคุกคลาน เดินพลาดบาดเจ็บกลับมาก็มี ตอนที่ทำพลาดก็เหมือนเดินเดินร้องไห้กลับมาหาแม่ ตอนที่เรียกหาครู ท่านก็เมตตาหนูเสมอ แล้วก็ให้ถอดบทเรียนว่าได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ผิดพลาด

ครูย้ำและสอนหนูมาตลอดว่า

 

"เราต้องเรียนรู้ตอนที่มันมีทุกข์นี่แหละ ไม่เรียนรู้ตอนนี้เเล้วที่ฝึกฝนมาจะเอาไปใช้ตอนไหน"

 

หนูได้เรียนรู้ว่า ตอนที่เรามัวหลงคร่ำครวญนั้น มันทำให้เราเสียเวลามาก ๆ ค่ะ ความคิดดี ๆ หรือ แนวทางแก้ปัญหา ไม่เคยเกิดขึ้นตอนที่ใจคร่ำครวญ แต่พอเราเดินออกมาจากการคร่ำครวญ มีอะไรให้ทำ ก็ทำไป อย่างที่ครูเคยสอน พอใจเริ่มสบาย หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย เราก็จะมีปัญญาคิดได้เองว่า เราจะจัดการอยางไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นดี

พอหนูไม่มีความคิด ก็ ไม่มีความกลัว ทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเป็นธรรมชาติ เต็มที่เต็มกำลัง พอได้ทำอะไร เต็มที่แล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียใจค่ะ

ครูเคยให้คำ ๆ หนึ่งแล้วหนูประทับใจมาก ๆค่ะ ท่านบอกว่า

เมื่อเราก้าวออกจากความหวาดกลัว...

เราจะพบว่า..เรานั้นกล้าหาญมากยิ่งขึ้น...

 

พราะครูทราบว่าหนูเป็นเด็กขี้กลัว ความกลัวทำให้หนู คร่ำครวญประโยคนี้ของครูช่วยเตือนสติให้มีพลังแก้ไขปัญหา และเครื่องมือหล่อเลี้ยงที่ครูให้ไว้อีกอย่างก็คือ ลมหายใจค่ะ ครูบอกว่า

 

หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย

ถ้าติ๋วหายใจเป็น จะไม่เครียด

จิตใจจะเบิกบานผ่องแผ้ว

 

  

สู้ ๆนะคะ เป็นกำลังใจ ให้ค่ะ