กรณีศึกษา :
ข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตมีการระบุไว้ในเว็บว่า ดาวน์โหลดฟรี เราจะสามารถนำข้อมูลมาแปลและจัดเรียงใหม่ได้หรือไม่
ประเด็นนี้ รศ.ดร.มานิตย์ จุมปา แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ทัศนะไว้ว่า
ถ้อยคำที่ว่า "ดาวน์โหลดฟรี" นั้น หมายถึงแต่เพียงว่า เราสามารถได้ข้อมูลนั้นมาศึกษา (อ่าน) ได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าตอบแทน การนำข้อมูลนั้นมาแปลและจัดเรียงใหม่จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
ต้องพิจารณาเริ่มตั้งแต่ว่า ข้อมูลนั้นมีลักษณะเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ ถ้าข้อมูลนั้นไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ การนำข้อมูลมาแปลและจัดเรียงใหม่ย่อม ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
แต่ถ้าข้อมูลนั้นมีการสร้างสรรค์ อันเป็นลักษณะของงานอันมีลิขสิทธิ์ การนำข้อมูลมาแปลและจัดเรียงใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาตย่อมเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์
ถ้อยคำแต่เพียงว่า "ดาวน์โหลดฟรี" ยังไม่อาจตีความได้ว่า เจ้าของข้อมูลได้สละลิขสิทธิ์เป็นการทั่วไป นอกจากนี้ แม้การนำมาแปลและเรียบเรียงนั้นจะมีการระบุแหล่งที่มาก็ยังถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเป็นการกระทบสิทธิของเจ้าของสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์แสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้น
ข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตที่ให้ดาวน์โหลดฟรี ที่นักวิชาการมักพบได้บ่อย ๆ ได้แก่
- ไฟล์เอกสารภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ นามสกุล DOC (Microsoft Word)
- ไฟล์เอกสารภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ นามสกุล PDF (Adobe Acrobat)
- ไฟล์การนำเสนองาน นามสกุล PPT (Microsoft Power Point)
- ไฟล์โปรแกรมต่าง ๆ เช่น นามสกุล EXE (ผ่านการ Compile จากภาษาคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ)
- เป็นต้น
ท่านสามารถนำไปใช้อ่าน หรือ ศึกษาได้ แต่คงไม่สามารถนำไปแปล แปลง ปรับแก้ เป็นของตนเองได้ อันเนื่องจากไฟล์เขามีเจ้าของลิขสิทธิ์ผู้สร้างสรรค์ผลงานอยู่แล้ว
หากต้องการจริง ๆ ควรติดต่อโดยตรงกับเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อขออนุญาตเป็นครั้ง ๆ ไป ครับ
กฎหมายเขาว่ากันอย่างนี้ครับ :)
นักวิชาการผู้มีจรรยาบรรณเพียงพอ ควรมีความซื่อสัตย์ตั้งแต่แรกเริ่ม ครับ
.....................................................................................................................................
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
ภายในสมุดบันทึก ชื่อ "เทคโนโลยีการศึกษา..เท่าหางอึ่ง"
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำ "ภาพ" มาประกอบการเขียน
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การวิเคราะห์นวนิยาย เรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ ทั้งเรื่อง
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การแปลหนังสือต่างประเทศเป็นภาษาไทย และการแปลหนังสือภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การแปลสำนวน สุภาษิต จากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำภาพเขียนที่เขียนในขณะเป็นลูกจ้างบริษัทมาประกอบการเขียนตำราของผู้วาดภาพ
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำรูปหน้าเว็บเพจมาประกอบการเขียนตำรา
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำหนังสือหรือบทความของบุคคลอื่น เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของคณะในมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา
- กฏหมายลิขสิทธิ์ : การนำวิทยานิพนธ์ของตนเองมาเป็นส่วนหนึ่งของตำรา
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐมาใช้ประกอบการเขียนตำรา
- กฎหมายลิขสิทธิ์ : การนำบทความของตนเองที่เขียนลงหนังสือพิมพ์ นิตยสาร มารวมเป็นหนังสือ
บันทึกของบล็อกเกอร์ท่านอื่น
.......................................................................................................................................
แหล่งอ้างอิง

มานิตย์ จุมปา. เขียนผลงานวิชาการอย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537. http://www.thnic.co.th/docs/copyright-law.pdf (12 มกราคม 2552).
ขอบคุณมากครับ อาจารย์ครับ ได้ความรู้เพื่อป้องกันการทำผิดพลาดนะครับ ส่วนเอกสารที่ สามารถ download มาฟรีนั้น ผมคิดว่า หากจะนำมาใช้ก็ควร อ้างอิง เหมือนงานวิจัยในบทที่เรา review นะครับอย่างนี้ไม่น่าจะผิด ส่วนที่ผิดก็คือ ลอกมาเลยเสมือนเป็นความคิดตัวเอง ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า โจรกรรมทางวิชาการ (Plagiarism) อ่านเพิ่มเติมที่ "การโจรกรรมทางวรรณกรรม" (Plagiarism) เป็นจรรยาบรรณของนักวิชาการที่ต้องพึงระวัง
อ.ดร.ธวัชชัย ได้เขียนเรื่องราวกรณีที่คล้ายกันนี้ที่
ส่วนผมเองก็คงต้องพิจารณาบันทึกตัวเองครับ เพราะบางบันทึกมีเพลงที่นำ code เพลงมาประกอบบันทึกอยู่บ้าง..สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่มากครับ
สวัสดีครับ น้องคุณครู เทียนน้อย :)
หนังสือของอาจารย์มานิตย์ จุมปา มีที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ครับ หรือร้านหนังสือใหญ่ ๆ หน่อยครับ :)
ไม่แพง แต่ได้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คนที่มีอาชีพยุ่ง ๆ ด้านวิชาการ ควรทราบครับ
ขอบคุณนะครับ เข้ามาให้กำลังใจทุกบันทึกเลย :)
สวัสดีครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
การเปิดให้ "ดาวน์โหลดฟรี !" ขึ้นอยู่กับเจตนาของเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยครับ คุณเอก ...
ผมเชื่อว่า เจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ต้องการเผยแพร่ความคิดของตนเองออกไป เพื่อยังประโยชน์แก่สาธารณชน และในวงการวิชาชีพนั้น ๆ
แต่มีเอกสารหลายชิ้นที่เปิดดาวน์โหลดฟรี แต่เจ้าของจะเขียนจำกัดสิทธิ์การใช้เอาไว้ด้วยครับ เราต้องอ่านดี ๆ โดยเฉพาะงานของคนต่างประเทศ ค่อนข้างจะเคร่งเครียดเรื่องนี้มากพอสมควรครับ
ดังนั้น หากมีความหวาดระแวงถึงความไม่แน่ใจในลิขสิทธิ์ของงาน ควรขออนุญาตโดยตรงจะดีที่สุดครับ
แต่ในกรณีนี้ คือ หากดาวน์โหลดแล้วนำไปปรับหรือแก้ไขงาน แบบนี้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ได้ทันทีครับ
ส่วนเรื่อง โจรกรรมทางวิชาการ (Plagiarism) ... เคยได้อ่านบันทึกใน Gotoknow มาบ้างครับผม และมีกรณีศึกษา คือ เพื่อนของผมได้ด้วยใช่ไหมครับ :)
ก็คิดจะค้นคว้าเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ ... เห็นตัวอย่างไม่ดีมาเยอะ
มหาวิทยาลัยท้องถิ่นไม่ได้มีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่า อยู่ที่นโยบายและการเห็นความสำคัญของผู้บริหารเป็นปัจจัยหนึ่งด้วยครับ
ทำให้ผลงานวิชาการไม่เป็นที่ยอมรับ (แม้แต่ผมยังไม่อยากจะยอมรับงานที่มีการคัดลอกพวกนี้เลย โดยเฉพาะแค่เอกสารในบทที่ 2)
บันทึกของผมหลายบันทึก ก็ต้องสำรองข้อมูลไว้ล่วงหน้าเหมือนกันครับ เพราะคิดว่า เจตนาเราดีแค่ไหน หากเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่เห็นด้วย ก็ถือว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นกันครับ
เรื่องนี้ เราคงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ Plagiarism กันนะครับ
ประเด็นที่หาเรื่องลงไว้ในบันทึก คงทำให้เกิดการตื่นตัวกันมากขึ้น ในหลาย ๆ กรณี นะครับ
ขอบคุณมากครับ :)
มาอ่านเช้านี้อีกครั้ง..
และมาขอบคุณอีกครั้งผม
ทำให้เราตระหนักกันมากขึ้น เรื่อง การละเมิดลิขสิทธิ์ คำเตือนที่ว่า "ต้องอ่านดูดีๆ" นั้นใช่เลยครับ เจตนาของผู้เผยแพร่อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง หรือหมายเหตุไว้ ตรงนั้นควรพิจารณา
ผมอยู่ในแวดวงวิชาการมาพอสมควร งานของผมหลายชิ้นมากที่ถูกนำไปเสนอในที่อื่น บางครั้งก็มีการอ้างอิงถึง บางครั้งก็ไม่มี ...ในกรณีที่สมอ้างว่าเสมือนเป็นบุคคลที่เขียน ยังรู้สึกตะขวิดตะขวงใจเล็กน้อย แต่ในส่วนตัวก็รับได้นะครับ ในความเป็นจริงไม่ควรทำอย่างยิ่งและก็มีผลทางกฏหมายหากจะเอาผิด ผมก็เห็นว่าเจตนาของผู็นำเสนอเองก็ไม่ได้ทำเพื่ออะไร ก็เพื่อการพัฒนาสังคมทั้งนั้น เพียงแต่ว่า การได้มาและนำออก ไม่ค่อยถูกต้องเท่านั้นเอง
และมาเรื่องเพลงประกอบบันทึก ทาง Oknation ก็ได้เตือนมาบ้างแล้ว gotoknow ก็ได้เตือนทางบันทึกก็คงให้ทุกท่านที่เป็นผู้เขียนได้เป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อป้องกันความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ขอบคุณครับ :)
สวัสดีตอนเช้าครับ...
สวัสดีครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
ผู้ที่ทำงานด้านวิชาการก็คาดหวังว่า งานของตนสามารถช่วยเหลือ จุดประกายให้กับสังคม จึงค่อยได้คิดถึงการละเมิดหรือไม่ละเมิดเท่าไหร่ครับ โดยเฉพาะนักวิชาการชาวไทย
แต่ในขณะที่เมืองนอกเมืองนานี่ ไม่ได้เลยครับ ฟ้องอย่างเดียว
ในภาวะโลกที่แคบลงด้วยเทคโนโลยีต้องพึงระมัดระวังอย่างหนัก
พร้อมสร้างจิตสำนึกให้กับพวกเราทุกคนที่ยุ่ง ๆ อยู่กับงานเขียนต่าง ๆ งานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ครับ
เราแค่อยากได้ "การให้เกียรติ" กันเท่านั้นน่ะครับ แต่ส่วนใหญ่เวลาทำวิจัย วิทยานิพนธ์ ปริญญานิพนธ์ ก็ลอกของเราไป โดยไม่คิดถึงเจ้าของผลงานกันเลย แบบนี้เสียความรู้สึกกันครับ ถึงแม้เราจะไม่อยากจะว่าอะไรก็ตามครับ
Plagiarism ... มีโทษร้ายแรงในวงการมหาวิทยาลัยนะครับ
จับได้ว่าคัดลอก ... ถ้าเป็นอาจารย์มีโอกาสถูกออก ถ้าเป็นนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ริบปริญญาคืน
แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบโทษเหล่านี้ ก็ไม่ทราบนะครับ
ด้วยความไม่จริงจังของคนบริหารมหาวิทยาลัย และครูบาอาจารย์เรานั่นแหละครับ
ขอบคุณครับ :)
เปิดเพลง ในเว็บของโรงเรียน บางครั้งก็เปิด วีดีโอ ออนไลน์ เช่น หนังการ์ตูน เป็นเว็บของโรงเรียนโดยเฉพาะครับ ไม่แสวงหากำไรใดๆทั้งสิ้นครับ ไม่ทราบว่ากฎหมายมีข้อยกเว้นรึเปล่าครับ
ขอบคุณมากค่ะ
แล้วถ้าหนูว่างจะมาอ่านต่อค่ะ
ข้อยกเว้น อยู่ที่บันทึก กฎหมายลิขสิทธิ์ : ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ นี้ครับ
คุณครูชุติพนธ์ ;)
ยินดีครับ น้อง berger0123 ;)