ลานปัญญาของคนหนองบัว : อีกมิติหนึ่งของเวทีคนหนองบัว
เวทีคนหนองบัว ตามหัวข้อต่างๆ มีหลายเวทีด้วยกัน ที่สำคัญก็ได้แก่ เวทีของพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย) เป็นการรวบรวมข้อมูลและความรู้ด้านทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนอำเภอหนองบัว ซึ่งมีคนเข้าไปดูมากครั้งที่สุด อีกทั้งมีข้อมูลทั้งเรื่องราว ภาพถ่าย รูปวาด งานวิจัยและงานเขียน รวมทั้งข้อมูลจากการสนทนากันของหลายคน เป็นจำนวนมาก เวทีของกลุ่มพริกเกลือ โดยคุณเสวก ใยอินทร์ และเวทีที่ผมเขียนขึ้นซึ่งมีอยู่สามส่วน คือ (๑) เวทีเรียนรู้สร้างสุขภาวะของคนหนองบัว ที่เปิดขึ้นให้ท่านพระมหาแลกับคนหนองบัวในนามของผม แต่ได้พัฒนาไปเป็นเครือข่ายการดูแลและช่วยกันจัดการความรู้อย่างมีส่วนร่วมไปแล้ว (๒) บันทึกเรื่องราวของชุมชนหนองบัวที่ผมเขียนเอง และ (๓) บันทึกเรื่องราวของโรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) กับชุมชนบ้านตาลิน ซึ่งเป็นบ้านเกิดผมและเป็นชุมชนหนึ่งที่อยู่รอบนอกของอำเภอหนองบัว
นอกจากนี้ ก็มีเวทีของคนรักหนัง เป็นเวทีของคุณครูอนุกูล วิมูลศักดิ์ คุณครูอัตราจ้างของโรงเรียนชุมชนวัดเทพสุทธาวาส ซึ่งเขียนเรื่องราวด้านต่างๆของโรงหนังในอำเภอหนองบัว เชื่อมโยงออกไปถึงวงการธุรกิจภาพยนต์ ดนตรี และธุรกิจบันเทิงของภาคเหนือ นครสวรรค์ ไปจนถึงวงการคนรักษ์หนังของประเทศ นานๆครั้งคุณอนุกูลเธอก็จะเขียนและเข้ามาสนทนาสักครั้งหนึ่ง ทว่า เขียนอย่างเป็นระบบ และในทรรศนะผมแล้ว เมื่อดูจากความเป็นผู้สนใจ การลงมือสะสมทั้งหนังและเครื่องฉายหนัง รวมทั้งความเป็นผู้มีเครือข่ายใกล้ชิดกับคนในวงการและมีกำลังทางความรู้มากของคุณครูอนุกูลนั้น ผมก็คิดว่าเวทีคนรักหนังเป็นเวทีคนหนองบัวที่มองผ่านเรื่องหนัง แต่เห็นมิติสังคมท้องถิ่น วัฒนธรรม การสื่อสารเรียนรู้ และพัฒนาการทางด้านต่างๆ ของภาคเหนือและของประเทศไทยที่ดีและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
เวทีคนหนองบัวดังที่กล่าวถึงในข้างต้น เริ่มมีข้อมูลมากยิ่งๆขึ้น ทั้งข้อมูลชั้นต้นที่เขียนถ่ายทอดและบันทึกไว้ก่อนจากแหล่งบุคคล กับความรู้ต้นเรื่อง รวมไปจนถึงความรู้และข้อมูลของชุมชนหนองบัวที่ผู้อื่นได้เขียนไว้แล้วก็มีผู้ขอนำมาเก็บรวบรวมไว้ให้เป็นหมวดหมู่ในชุดความรู้และกลุ่มข้อมูลของชุมชนอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ และข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงออกไปจากชุมชนหนองบัวในภาพกว้าง ขยายออกไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งข้อมูลและความรู้ดังกล่าวนับว่ามีคุณค่ามากทั้งสำหรับคนหนองบัวและสำหรับสังคมไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นด้านที่ได้ช่วยกันทำด้วยพลังความริเริ่มและความสร้างสรรค์ต่อส่วนรวมของผู้คนหลายคน ซึ่งบางท่านเป็นเครือข่ายคนมีประสบการณ์หลายด้านที่อยู่ในจังหวัดและท้องถิ่นอื่นๆของประเทศ ทำให้ความรู้ ข้อมูล และสิ่งสร้างสรรค์หลายอย่างที่เกิดขึ้นตามมา เป็นผลสืบเนื่องของการทำและเรียนรู้ไปด้วยกันด้วยรูปแบบผสมผสานหลายอย่าง ทั้งเครือข่ายของกลุ่มคนในโลกไซเบอร์ซึ่งทันสมัยก้าวหน้าทั้งวิทยาการและเทคโนโลยี เครือข่ายของคนทำงานและดำเนินชีวิตในวิถีธรรมชาติ กลุ่มคนที่เป็นชุมชนหรือเป็นกลุ่มทำงานด้วยกันตามพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนชาวบ้าน พนักงานองค์กรท้องถิ่น พระสงฆ์และคนทำงานพัฒนาชีวิตด้านในของปัจเจกและชุมชน ซึ่งรูปแบบผสมผสานหลากหลายมิติดังกล่าวนี้นั่นเอง ที่ทำให้เวทีคนหนองบัวเป็นรูปแบบการทำงานความรู้เชิงสังคมที่สามารถข้ามข้อจำกัดและริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งดีๆด้วยกันได้หลายอย่าง
ทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงนี้ สามารถเข้าไปเยือนและอ่านตามลิ๊งค์ที่อยู่ในหัวข้อ รวมลิ๊งค์เพื่อเข้าไปอ่านเวทีของคนหนองบัว ที่อยู่ด้านล่างของบล๊อกนี้เลยครับ
การช่วยกันสร้างความรู้ เขียนบันทึกข้อมูล และเป็นเครือข่ายความรู้ชุมชนท้องถิ่น ด้านหนึ่งก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาของชุมชนทุกระดับทั้งปัจจุบันและในอนาคต และอีกด้านหนึ่งก็เป็นกระบวนการเรียนรู้ของคนที่ช่วยกันทำไปด้วย ผมเลยเห็นความสำคัญที่จะเปิดเวทีจำเพาะให้อีกเวทีหนึ่งต่างหาก สำหรับเป็นที่ถอดบทเรียนควบคู่ไปกับเวทีหัวข้ออื่นๆของคนหนองบัว
ความเป็นเวทีถอดบทเรียนและพัฒนาความรู้เชิงกระบวนการ
การถอดบทเรียนและการนำเอาประสบการณ์ ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดมานั่งทบทวนให้ได้ความแยบคายต่อชีวิตนั้น สามารถทำได้หลายมิติและสามารถทำให้คืบหน้าไปกับการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้ชุมชน กลุ่มประชาคม และนักกิจกรรม พัฒนาความเป็นผู้มีประสบการณ์ชีวิตที่กว้างขวางขึ้นมาจากสิ่งที่ได้ทำ เวทีนี้จึงจะมีไว้สำหรับการถอดบทเรียน เพื่อสะสมความรู้จากการปฏิบัติ รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ของตัวเราเองทุกคน และนำกลับไปพัฒนาการเขียนและสร้างความรู้ตามหัวข้อต่างๆที่มีอยู่ ให้ดียิ่งๆขึ้น
การมีเวทีคนหนองบัวหลายเรื่องหลายหัวข้อ รวมทั้งได้มีความริเริ่มสิ่งดีไปด้วยอยู่เสมอนั้น เป็นเหมือนความสำเร็จที่สัมผัสได้ แต่ภายใต้ความสำเร็จและการค่อยๆทำขึ้นมาทีละเล็กละน้อยดังกล่าว เชื่อว่ามีการแก้ปัญหาและมีประสบการณ์การเรียนรู้อยู่มากมาย เวทีถอดบทเรียนนี้จึงจะเป็นที่ระดมพลังทางปัญญา ที่ทุกท่านจะช่วยกันนำเอาประสบการณ์มาสังเคราะห์ แลกเปลี่ยนแบ่งปัน และสะสมบทเรียนดังกล่าวไว้ เริ่มไปอย่างกว้างๆ สร้างความหลากหลาย และให้ค่อยๆมีพัฒนาการขึ้นมาตามเหตุปัจจัยต่างๆไปเรื่อยๆ ดีกว่าก็แล้วกันนะครับ
รวมลิ๊งค์เวทีของคนหนองบัว อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ ลากเมาส์วางลงบนหัวข้อแล้วคลิ๊กเข้าไปดูได้เลยครับ
เวทีสร้างความรู้และเรียนรู้ชุมชน : ทุนสังคมวัฒนธรรมของอำเภอหนองบัว โดยพระมหาแล ขำสุข (อาสโย) | เวทีเรียนรู้สร้างสุขภาวะคนหนองบัว | เวทีคนหนองบัวกับพริกเกลือ โดย คุณเสวก ใยอินทร์ | เวทีคนรักหนัง : โรงหนังในอดีตของอำเภอหนองบัว โดย คุณครูอนุกูล วิมูลศักดิ์ | โรงเรียนประจำอำเภอหนองบัว | ชุมชนบ้านตาลินและโรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) อำเภอหนองบัว| บวชนาคหมู่ : เอกลักษณ์ของหนองบัว | การลงแขกฝัดข้าว | แรกมีของอำเภอหนองบัว(๔) | สุขาภิบาลและสาธารณสุขชุมชนบ้านตาลิน | แรกมีของอำเภอหนองบัว ๓ | แรกมีของอำเภอหนองบัว๒ | แรกมีของอำเภอหนองบัว๑ | ไอ้เป๋หนองบัวกับวัวหลวงพ่ออ๋อย |ทุนทางสังคมอำเภอหนองบัว | คุณครูศุภฤกษ์ ฟูเผ่า โรงเรียนหนองบัว | โรงเรียนบ้านหนองไผ่กับเครือข่ายขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน |ดังลมหายใจ : ปัจเจก ครอบครัว และชุมชน ในบริบทของเมืองกับชนบท
ย้อนกลับไปดู ทบทวน และร่วมเขียน แล้วนำมาถอดบทเรียนบันทึกและแบ่งปันกันไว้ในนี้ได้ตามอัธยาศัยครับ
บทเรียนบางประการจากเวทีคนหนองบัว
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล คนหนองบัว และเครือข่ายกัลยาณมิตรทุกท่านครับ
อ้างอิง : Comment ๖๒ บันทึก 'เวทีเรียนรู้สร้างสุขภาวะคนหนองบัว'
เป็นเอกลักษณ์และหนึ่งเดียวของประเทศ
ที่สุดของประเทศ
มองเห็นและสัมผัสได้อย่างไร้พรมแดน
หลายอย่างเป็นต้นเรื่อง
วิถีเรียนรู้แบบปฏิบัติธรรม
คุณครูจุฑารัตน์ คนพยุหะคีรี จาก สพท กำแพงเพชร และกัลยาณมิตรของคนหนองบัว และเพื่อร่วมทีม ไปดูงานนิทรรศการรูปเขียน และนั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกัน ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งต้องถือว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการนำเอาข้อมูลจากเวทีคนหนองบัว ไปจัดกิจกรรมต่อไปอีก จึงทำให้ได้เจอคนเก่งๆที่ทำงานเพื่อเด็กๆและเป็นคนท้องถิ่นนครสวรรค์ (ต้องขออภัยที่แต่เดิมผมเข้าใจว่าเป็นคนหนองบัว แต่เป็นเพื่อนน้องผมและเป็นคนพยุหะคีรี แต่ก็ถือว่าใช่คนอื่นคนไกลครับ)
จัดการความรู้สู่ความสร้างสรรค์ต่อเนื่องที่เกิดผลดีทั้งต่อท้องถิ่นและต่อสังคม
สร้างชุมชนและเครือข่ายคนหนองบัวอีกมิติหนึ่งให้เข้มแข็งขึ้น
เพียงที่กล่าวถึงเหล่านี้ ก็ต้องถือว่าเวทีนี้ได้ทำสิ่งสร้างสรรค์มากพอดูหลายเรื่องทีเดียวครับ
มาชื่นชมกิจกรรมดีๆค่ะ...
สวัสดีครับพี่ใหญ่ พี่นงนาท
สวัสดีครับท่านอาจารย์...
แวะมาสวัสดีปีใหม่อาจารย์ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ลานปัญญาคนหนองบัว-ลานวัดหนองกลับ
เจริญพรอาจารย์วิรัตน์ชาวหนองบัวและผู้อ่านทุกท่าน
ก่อนอื่นก็ขอแสดงความยินดีกับชาวหนองบัวที่มีเวทีเกิดใหม่อีกแห่งหนึ่งอันจะเป็นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนบ้านเรา เชิญทุกท่านและโดยเฉพาะคนหนองบัวที่มีประสบการณ์มาแบ่งปันความรู้ให้ลูกหลานคนหนองบัวนี่คือลานปัญญเป็นเรื่องความรู้ประสบการณ์และสร้างสรรค์หลายท่านเป็นบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานการดำเนินชีวิตเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ประสบการณ์ของท่านจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอีกหลายคน มิได้หมายความว่าผลสำเร็จแห่งชีวิตที่กล่าวถึงนี้จะต้องเป็นคนใหญ่คนโตร่ำรวยอะไรเป็นเรื่องที่เรามีอยู่ทำอยู่นี้ก็ถือเป็นความสำเร็จของแต่ท่านอยู่แล้ว เรามาร่วมกันสร้างสรรค์เพื่อหนองบัวของเรา พวกเรามิใช่ใครอื่นคนไกลคนกันเองทั้งนั้น เจริญพรขอเชิญชวนตรง ๆ ซื่อ ๆ อย่างนี้แหละพี่น้อง
ขอบคุณคุณจตุพรที่ตั้งชื่อเวทีคนหนองบัวว่าลานปัญญาของคนหนองบัว ลานวัดหนองกลับก่อเกิดสิ่งดี ๆ มากมายความเป็นหนองบัวความเป็นชุมชน ความเป็นเมืองหนองบัว คำขวัญของอำเภอหนองบัวนั้นเกือบจะทั้งหมดรวมอยู่ที่วัดหนองกลับ-ลานวัดแห่งนี้มี
๑. ก่อนเป็นอำเภอหนองบัววัดหนองกลับเป็นที่ทำการกิ่งอำเภออยู่ ๔ ปี โดยใช้กุฏิพระเป็นออฟฟิชสำนักงานข้าราชการงานเมืองโดยในสมัยนั้นหลวงพ่ออ๋อย สุวณฺโณ(พระครูนิกรปทุกมรักษ์ )เจ้าคณะอำเภอหนองบัวเป็นเจ้าอาวาส
๒. วัดหนองกลับเป็นวัดที่มีพระเถระผู้ใหญ่บริหารพระศาสนาโดยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรูปแรกก็คือหลวงพ่ออ๋อย
๓. โรงเรียนแห่งแรกของอำเภอหนองบัวตั้งอยู่ในพื้นที่วัดหนองกลับโดยหลวงพ่ออ๋อยซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นบริจาคที่ดินให้เพื่อสร้างโรงเรียนและผู้ก่อตั้งโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม(โรงเรียนอนุบาลหนองบัว)ก็คือท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก(ห้อง ชาตสิริ ป.ธ. ๖ ท้วมเทศ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นคนเนินพลวงตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว
๔. ลานวัดแห่งนี้เป็นสถานศึกษาแห่งแรกของท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ ๘ ปีได้ศึกษาภาษาไทยกับพระหัด ท้วมเทศ ซึ่งเป็นพระพี่ชายของท่านเอง ๕. วัดหนองกลับมีสระน้ำขนาดใหญ่สองสระประมาณ ๒๐ ไร่เป็นแหล่งน้ำสำหรับบริโภคใช้สอยของคนทั้งอำเภอเรียกว่าสระน้ำหลวงพ่ออ๋อยคนรุ่นเก่าเล่าให้ฟังว่าใครกินน้ำสระหลวงพ่ออ๋อยแล้วจะต้องกลับมาหนองบัวอีก
๖. วัดหนอบกลับมีศาลาการเปรียญขนาดใหญ่เสาร้อยกว่าต้นเสามีขนาดคนโอบรอบสร้างโดยหลวงพ่อเดิมและแรงศรัทธาความสามัคีของคนหนองบัว
๗. ลานวัดหนองกลับถือเป็นเมืองหนองบัวเป็นศูนย์รวมจิตใจเพราะอะไรเพราะคำขวัญวรรคแรกที่ว่า หลวงพ่อเดิมสร้างเมืองและด้วยความจริงก็คือหลวงพ่อเดิมท่านสร้างศาลาการเปรียญวัดหนองกลับแต่ชาวหนองบัวถือว่านี่คือการสร้างเมืองหนองบัวนั่นเอง
๘. ลานปัญญาแห่งนี้ได้สร้างปัญญาเบื้องต้นแก่คนบ้านนอกบ้านป่าจนต่อมาได้เป็นผู้นำและบริหารกิจการพระศาสนาที่ถือว่าสูงสุดในระดับจังหวัดนั่นก็คือท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยข้อมูลที่อาตมามีอยู่ตอนนี้และอยู่ไกลบ้าน ด้วยยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างครบถ้วน แต่มีความเห็นส่วนตัวว่า ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ท่านน่าจะเป็นคนแรก ๆ ของหนองบัวที่ได้เดินทางไปศึกษาถึงกรุงเทพมหานครเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา
๙. ลานปัญญาหรือคือโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม(โรงเรียนอนุบาลหนองบัว)แห่งนี้เป็นแหล่งสร้างบุคลากรแห่งแรกของชุมชนและปัจจุบันท่านเหล่านั้นมีบทบาทเป็นกำลังสำคัญทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติมากมาย
๑๐. ลานแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกฝนอบรมกุลบุตรที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทกับหลวงพ่ออ๋อยตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นเหลนทั้งอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง กุลธิดามีที่เรียนหนังสือหลวงพ่ออ๋อยไม่มีลูกก็จริงแต่ลูกท่านมีทั้งอำเภอคือชายเป็นลูกศิษย์ทั้งบวชและศิษย์วัดฝ่ายหญิงหลวงพ่ออ๋อยสร้างโรงเรียนประจำอำเภอให้มีที่เรียน และเมื่อจะออกเรือนมีคู่ครองลูกหลานมักนิยมให้ลูกหลวงพ่ออ๋อยผูกข้อมือวันแต่งงานเพื่อเป็นศิริมงคลในการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่.
สวัสดีครับหนานเกียรติ ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัย ให้หนานเกียรติ ภรรยา เฌวา และยายตา ย่าปู่ และสิ่งที่เคารพนับถือ อำนวยพรให้หนานเกียรติ ครอบครัว และญาติพี่น้อง ประสบความสุขความเจริญงอกงาม ได้ประสบการณ์ที่ดี มีกำลังใจ และได้ทำงานที่ให้ความงอกงามแก่ชีวิตทุกด้านเลย
สวัสดีครับคุณครูคิม :
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ
สวัสดีครับคุณครูพนมไพรครับ
สวัสดีปีใหม่อุทัยรุ่ง
ชีวิตมุ่งหมายสร้างทางสดใส
จบพบสิ่งมิ่งมงคลดลโชคชัย
ขอพรให้ผู้อ่านสราญรมย์
สวัสดีครับอาจารย์ธนิตย์ครับ
สวัสดีครับคุณครูใจดี
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ด้วยคนครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ อ.ดร.วิรัตน์
ผมติดตามงาน "เวทีเรียนรู้สร้างสุขภาวะคนหนองบัว"มาตลอดด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
ต้องขอชื่นชม "อ.ดร.วิรัตน์และทีมงานวิจัยสุขภาวะชุมชน มหาวิทยาลัยมหิดล"ครับ
รู้สึกทึ่ง อึ่ง มหัศจรรย์กับความยิ่งใหญ่อลังกา ครบเครื่องครบครัน รอบคอบ รอบด้าน ทุกแง่มุม ลุ่มลึกและงดงาม เรื่องของคนตัวเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่
เมื่อหาความเป็นชุมชนอำเภอที่เป็นความเคลื่อนไหวของประชาชน เวทีคนของชุมชน หรือเวทีพลเมืองแล้ว ลองสำรวจดู ก็จะเห็นมีเวทีที่ช่วยกันทำอย่างนี้ก็แต่เวทีนี้แห่งเดียวในประเทศก็ได้กระมังครับ ชุมชนบ้านนอกกว่าเพื่อนก็อาจทำบางสิ่งที่นำหน้าชุมชนอื่นๆได้นาครับจะว่าไป
เรื่องราว ความเป็นวันครูและโรงเรียนวันครูกับความสำคัญต่อพัฒนาการศึกษาของสังคมไทย รวมทั้ง โรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) กับ วัด ผู้นำชุมชน และชุมชนโดยรอบที่บ้านตาลิน ของอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ของเรา ณ วันนี้ รอบด้านที่สุดในประเทศครับ
ริเริ่มกันด้วยความมีจิตใหญ่ ทว่า ทำกันไปตามกำลัง แต่คิดว่ามีส่วนทำให้ความเป็นชุมชนหนองบัวในโลกของความรู้และยุคข้อมูลความสาร สามารถมีอัตลักษณ์ เห็นการดำรงอยู่ เห็นความมีอยู่ มองเห็นและสัมผัสได้ทั้งจากคนหนองบัวเองและจากโลกภายนอก
ผมมีพื้นที่เรียนรู้ในหมู่คนทำงานที่สนใจเรื่อง "การจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนา(ความสุขมวลรวม)"ที่ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ที่บ้านของคุณณัฐพัชร์เองนั่นแหละครับ อยากจะบอกว่าที่บ้านของทีมงานอ.ดร.วิรัตน์ (คุณณัฐพัชร์)ก็มีเรื่องราวที่ดีๆที่งดงามครับ อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ท่านติดตาม ลปรร.กับชุมชนนี้ต่อเนื่องครับ วันที่ 24 ม.ค.53 ท่านจะลงเยี่ยมพื้นที่ นี้อีกครั้ง หากทีมงานอ.ดร.วิรัตน์สนใจหรือจะให้คุณณัฐพัชร์ถือโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็ยินดีนะครับ
อ.ดร.วิรัตน์ครับที่บ้านเลือกนี้เป็นพื้นที่ ลปรร.หรือการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ท่านอ.ไพบูลย์ได้ให้แนวไว้ว่า ให้เน้น เรียบง่าย งดงามและงัดลึก(ถึงการ "ฟื้นเวียง")ครับ(ง่ายๆจนนักวิชาการมาเห็นอาจจะตั้งคำถาม นี่เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการตรงไหน)
เรียน อ.ดร.วิรัตน์ครับ
ผมอยากจะเน้นตรงนี้ครับ
งานที่นี่ยังไม่ถึงกับเป็นแนว พอช.ครับ เป็นเพียงพื้นที่ที่กลุ่มคนทำงานสนใจมา ลปรร.กับท่านอ.ไพบูลย์และพี่น้อง "ชุมชนบ้านเลือก"ครับ ตอนนี้ท่าน อ.ไพบูลย์ท่านก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรใน พอช.ครับ เป็นที่ปรึกษาห่างๆแบบไม่เป็นทางการมากกว่า พื้นที่นี้เป็น พื้นที่ ลปรร.ต่อเนื่องจาก "หนองสาหร่าย"ครับ
สำหรับเรื่อง "การจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนา"นั้น มันเป็นเพียงกระบวนที่เอื้ออำนวยให้ชุมชนได้ออกแบบลิขิตอนาคตชุมชนด้วยตัวเองมากกว่าครับ เป็นกระบวนการที่เน้นให้ชุมชนเป็นเของกระบวนการและเป็นเจ้าของตัวชี้วัดเองครับ จะต่างกับตัวชี้วัดที่เป็นมาตรฐานของหน่วยงานครับ หรือตัวชี้วัดแบบ กพร.
ขอบคุณกับการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
การมีพื้นที่ ที่ได้เรียนรู้กับชุมชนอย่างรอบด้าน เหมือนกับเป็น Socail Lab ทางการปฏิบัติการวิจัยแบบชุมชนอย่างนี้ก็ดีนะครับ จะทำให้เห็นความเป็นจริงบนความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของสังคม
'งัดลึกและลึกถึงการฟื้นเวียง'...ฟื้นเวียงนี่ มันเป็นนิยามปฏิบัติการหรือว่าศัพท์ท้องถิ่นอะไรหรือครับเนี่ย แล้วมันมีนัยะถึงความลึกหรือง่ายงามอย่างไรต่อการทำงานแนวนี้เพื่อให้ชุมชนสามารถลิขิตอนาคตตนเองได้หรือครับ ฟังดูน่าสนใจและแปลกดีน่ะครับ
ภาษาลาวและภาษาท้องถิ่นทางเหนือนั้น เวียงก็มีความหมายว่า เมือง เวลาบอกว่า ไปเวียง ก็หมายถึงไปในตัวเมือง ไม่ยักมีความหมายในเชิงวิธีคิดและวิธีงัดลึกอะไร หรือหมายถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับแนวคิดระบบจัดการเมืองแบบจตุสดมภ์ เวียง วัง คลัง นา แบบโบราณ ซึ่งเวียงหมายถึงระบบกิจการชุมชนในเมืองชั้นในและของราชการ
เรียนอ.ดร.วิรัตน์ ครับ
ยินดีครับกับการลปรร.และคำแนะนำครับ
ผมมีบันทึกเรื่องนี้ไว้ใน
http://gotoknow.org/blog/suthepphutai/323250
ไปแวะเยี่ยมแล้ว ขอคำแนะนำด้วยครับ